เกาะจระเข้กินคน (Ramree Island)

1,576

ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ กับเรื่องที่กำลังจะเขียนนี่ เพราะว่าคนเขียนดันเป็นโรคกลัวจระเข้ขึ้นสมอง แต่ดันหยิบเอาเรื่องราวสถานที่นี้มาเขียน ทำต้นฉบับไปแขยงไปเพราะพี่เข้แกเป็นสัตว์หนึ่งใน 3 ชนิดในโลก (อีกสองคือ แมลงสาบ กับ ตะขาบ….ยึ๋ยยย ) ที่สามารถทำให้อิชั้นขนลุกขนพอง มีอาการพารานอยด์ ทุกครั้งที่เห็นรูปร่างหน้าตาของพวกพี่ๆ เขา มันช่างติดหูติดตาทั้งยามหลับและยามตื่นดีจริงๆ เชียว…

แต่ไงก็ไม่ อยากให้คุณผู้อ่านพลาดกับพิกัดภูมิศาสตร์อันน่าสะพรึง และน่ารู้เอาไว้เป็นเกร็ดละอันพันละน้อยที่อยู่ไม่ไกลจากองศาประเทศไทยเรา….สถานที่นี้เป็นเกาะชื่อ ‘รัมรี’ อยู่ในประเทศเมียนม่าร์ หรือพม่านี่แหละ

ปัจจุบัน เกาะรัมรี (Ramree Island) เป็นส่วนหนึ่งของจ๊อกปะยู และเป็นเกาะนอกชายฝั่ง Arakan State ของพม่า ตัวเกาะอยู่ติดกับชายฝั่งอ่าวเบงกอลในรัฐยะไข่ มีพื้นที่เกาะ 1,350 ตารางกิโลเมตร ที่นี่มีสนามบินพาณิชย์ มีสะพานและถนนเชื่อมกับแผ่นดิน อยู่ห่างจากเมืองท่า    ซิตต่วย (Sittwe) ลงมาทางทิศใต้ 200 กม.เศษ ซึ่งเป็นจุดเริ่มของระบบทางหลวงที่ไปเชื่อมกับเมืองมะกวย (Magwe) เมืองเม็กติลา (Meiktila) ในเขตมัณฑะเลย์ และเมืองตองยี (Taunggyi) กับเมืองเชียงตุงในรัฐฉาน จนถึงชายแดนไทย-จีนด้วย….แหม จะมาใกล้ทำไมเนี่ย?

คืองี้ กำลังจะบอกว่าเกาะรัมรีเนี่ย ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่เป็นแหล่งของยุงพาหนะไข้มาลาเรีย, แมลงวันที่วางไข่ในแผล และแมงป่องที่มีพิษร้ายสุดๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสัตว์ร้ายที่สร้างความหวาดกลัวต่อทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ครั้ง ที่ 2 ด้วยนั้นคือ ‘จระเข้น้ำเค็ม’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในบึง ซึ่งมีอยู่มากมายนับพันๆ ตัว! จนเกาะแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า ‘เกาะแห่งจระเข้กินคน’

ประวัติศาสตร์ของเกาะนี้ก็คือ เคยเป็นสนามรบระหว่างกองทัพอังกฤษ และกองทัพญี่ปุ่นในช่วงปี ค.ศ.1945 กองทัพที่ 14 ของอังกฤษได้ตั้งฐานทัพอยู่ที่นี่ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะนั้นทหารญี่ปุ่นประมาณ 900-1,000 นาย ได้ประจำการอยู่อีกด้านหนึ่งบนเกาะ ได้ถูกโจมตีล้อมโดยฝ่ายสัมพันธมิตร บีบให้เหลือเพียงทางเดียวที่จะหนีไปได้ พวกเขาจำต้องมุ่งตรงไปรวมกลุ่มกับกองกำลังอีกส่วนหนึ่งที่อยู่อีกฝาก หนึ่ง ของเกาะ

ตรงจุดนี้เอง ที่หากพวกเขาล่วงรู้ได้ ก็คงภาวนาขอให้ถูกยิงตายกลางสนามรบเสียดีกว่า นั่นเพราะตรงระหว่างสองฟากฝั่งในเกาะนี้มีบึงกว้างขนาด 16 กม.อยู่คั่นกลาง ให้เลือกระหว่าง ‘เดินลุยบึง’ กับ ‘ถูกยิงถล่ม’ ดังนั้นทหารญี่ปุ่นเกือบ 1,000 นายจึงไม่รีรอที่จะตัดสินใจลุย ฝ่าบึง…

ทว่าทหารจำนวนกว่า 500 คนในนั้น กลับไปไม่ถึงฝั่ง…พวกเขาไม่ได้ออกมาพ้นบึงเลยด้วยซ้ำ การซุ่มโจมตีแบบนักล่าแห่งรัมรี ทำให้ทหารค่อยๆ หายไปทีละคนๆ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและเสียงปืนที่ยิงสะเปะสะปะในค่ำคืน ก็การเคลื่อนทัพทหารผู้กล้าเพื่อหนีข้าศึกศัตรูมา ปะกับ…จระเข้! ทันทีที่เหล่าทหารญี่ปุ่นไปถึง 3 ใน 4 ก่อนจะพ้นบึงมรณะนั่น พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยฝูงจระเข้ยักษ์ที่ตะกละตะกลาม ส่วนทหารที่เหลือรอดมาได้ก็ล้วนบาดเจ็บสาหัส แต่ยังมีชีวิตและสติพอจะหวนระลึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของเหตุการณ์เลี้ยง บุฟเฟ่ต์จระเข้ ณ บึงมรณะนั้น นำมาเล่าขานกันเป็นที่โจษจัน ความรู้ไปถึงหนังสือยอดจัดอันดับอย่าง….กินเนสบุ๊ค ที่ยังอุตส่าห์    มีแก่ใจยกเหตุการณ์สยองครั้งนั้นให้เป็น ‘โศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดจากสัตว์’ >>The Guinness Book of Records lists the Ramree’s crocodile attacks under the heading ‘The Greatest Disaster Suffered from Animals’ (2550)

ถึงอย่างนั้นก็ เถอะ…แม้จะมีชื่อเสียงในทางน่าสะพรึงกลัว แต่บางคนที่ชอบหม่ำเนื้อจระเข้บอกว่าถ้าได้ลองไปเที่ยวก็น่าสนเหมือนกัน พูดแบบคนไม่กลัวแต่เห็นแก่เมนูแปลก ก็เชิญไปกันเถิด ขอให้รอดมาครบทุกชิ้นส่วนอวัยวะแล้วกัน

เล่าประวัติศาสตร์ซะฟังแล้ว อาจสยอง แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ปัจจุบันกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขานเท่านั้น ถึงตอนนี้รัมรีไม่ได้มีชื่อเสียงด้านสยอง หรือมีแต่สัตว์มีพิษ หรือแหล่งไข้มาลาเรียอย่างแต่ก่อน แต่เกาะนี้ได้ถูกเสนอให้เป็นที่ติดตั้งระบบท่อส่งก๊าซในมหาสมุทรอินเดีย พม่า ส่งต่อไปถึงจังหวัดต่างๆ ในมณฑลยูนนานของจีนด้วย และรัมรีจะเป็นจุดผ่านสำคัญในการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางและก๊าซจาก ชายฝั่งทะเลของพม่าจากท่าเรือน้ำลึกของจังหวัด Kyaukphyu ในรัฐยะไข่ เพื่อส่งไปท่อตรงยังเมืองจีนอีกทอด เรียกว่าพม่ากำลังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสทองทางเศรษฐกิจของประเทศ

ต่อ ไปจะมาเรียกว่าเกาะจระเข้กินคนกันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว พี่หม่องอุตส่าห์แปลงโฉมเกาะน่ากลัวๆ ให้เป็นเกาะมหากำไรล้ำหน้าบ้านเราไปแล้ว…ก็มัวแต่ทะเลาะกันอยู่นี่แหละ มันน่าจับไปเป็นอาหารพี่เข้ที่เกาะรัมรีนักเชียว อ้ายคนพวกนี้!

loading...